เมื่อคุณฝรั่งสั่งอาหาร
มาดูใบออเดอร์ สั่งอาหารของคุณลูกค้ากัน
นี่หรือ อาชีพอิสระ
วันหวยออก- เรื่องของหนังยาง
คุณขาดเราได้ แต่เราขาดคุณไม่ได้
กระเพาะหมู
กินข้าวนอกบ้าน
Take Home : สั่งกลับบ้านค่ะ/ครับ
ทำ ต้มยำ ยังไงก็ต้องชิม
คู่มือ ร้านข้าวต้มหวังอยู่ ราชบุรี
เรื่อง เงินๆ ทอนๆ :วันแบงค์พันแห่งชาติ
เมื่อผมจะกลับมาเขียนไดอะรี่
ชีวิตของคนทำร้านอาหาร เหมือนถูกกำหนดมาให้ไร้คู่
วันธรรมดา
อย่างงี้ก็มีด้วย
เรื่อง ซ่อม ต่อไปคงค่อยๆหายไปจากชีวิตคนเรา
ทุกอย่างเกิดขึ้น เพื่ออะไรสักอย่างเสมอ
ผมรักผู้หญิงคนนี้มากกว่าผู้หญิงทุกคนในโลก
สุขเมื่อเราได้ออกไปหาอะไรที่แตกต่างจากที่เดิมๆ
ประสบการณ์ในห้องผ่าตัด(2)
ประสบการณ์ ในห้องผ่าตัด(1)
ภาพเก่าๆ
เชียงใหม่ทริป ตามล่าหาดอกพญาเสือโคร่ง ตอนที่2 จบเลยล่ะกัน
เชียงใหม่ทริป ตามล่าหาพญาเสือโคร่ง ตอนที่ 1
อยากแต่งงาน?
หวัด(ไม่) ดี
now, หนาว
มนต์รัก สเวนเซ่น(อีกครั้ง)
เป็นพ่อครัว เป็นคนบาป
ต้นกระเทียมผัดหมูกับเต้าหู้
ตัวหนังสือคุยกัน
ผัดถั่วงอกกับเกี๊ยมไฉ่(ผัดหนวดมังกร)
เรื่องของตาที่โดนกุ้งยิง
อะไรที่เรารอมันมักจะช้าเสมอ
ไม่เคยมีวันไหน ที่ไม่ได้ผัดกะเพรา
เมื่อผู้หญิงเค้าดูฟุตบอลโลก
คำถามจากป้ายชื่อร้าน(แอบโฆษณา)
เจ็บตัว
คิดถึงสยาม
ใหม่
แป้ง
(ละ)อ่อน






 

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ผมนอนหลับไปตั้งแต่ประมาณตอนตี 3
ในห้องตอนนี้มีแต่น้องสาวของผม นอนเฝ้าผมอยู่คนเดียว หม่าม้ากลับบ้านไปแล้ว

7 โมงเช้า ของวันที่ 15 มีนาคม เจ้าหน้าที่พยาบาลมาปลุกผม ให้เข้าห้องผ่าตัด
"ถึงเวลาแล้วหรือนี่" ผมยอมรับว่าพอถึงเวลาผ่าตัดจริงๆ ชักกลัวๆ ไม่อยากไป
อีกอย่างเพราะผมกำลังหลับสบายอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่ มาเข็นผมไปเข้าห้องผ่าตัด
เสียงฝีเท้าของคนเดิน แสงไฟบนเพดาน ผมนอนมองผ่านไปๆ เหมือนแบบ
ฉากมุมกล้องในหนังเลย ถึงหน้าห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่หันไปบอกน้องสาวผม
ที่เดินตามมาส่งด้วยตลอด
"ญาติคนไข้รออยู่ข้างนอกนะครับ เข้าไม่ได้แล้วครับ"
เคยได้ยินประโยคคุ้นๆแบบนี้ เหมือนเวลาเราดูในหนังเลย แต่นี่มันเรื่องจริง!!

ผมเริ่มเข้าใจจิตใจของเหล่าบรรดาสัตว์ ที่เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะถูกเชือด
ถึงผมไม่ต้องถึงตายอย่างพวกมัน แต่มันก็ให้ความรู้สึกกลัวจริงๆ
ผมนอนรอ สักพักก็มีเจ้าหน้าที มาเข็นผมไปหน้าห้องผ่าตัด
ห้องผ่าตัดหมายเลข 6 ผมแอบมองรอดประตูเข้าไปเห็นเตียงผ่าตัด
ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ สักพักมีเจ้าหน้าที่มาวัดความดัน เช็คคลื่นหัวใจอีกครั้ง

คุณหมอกับ ผู้ช่วยหมอ มาซักประวัติผม พร้อมกับถามว่าผมกลัวเหรอ
เพราะเหงื่อผมออกเยอะทั้งๆที่นั้นอากาศก็เย็น ผมบอกว่ากลัวนิดหน่อย
แล้วเค้าก็อธิบายว่า การวางยา การผ่าตัดทำได้ 2 วิธี คือวางยาสลบ
กับ การบล๊อคแขนข้างที่จะผ่าด้วยยาชาแบบแรง วางยาสลบเราจะไม่รู้ตัว
แต่มันจะมีผลข้างเคียงนิดหน่อยเวลาฟื้นตัวเราจะมึน และเจ็บปวดแผลที่ผ่าตัด
แต่ถ้าบล๊อคแขนด้วยยาชา จะมีผลดีตรงที่ผ่าตัดเสร็จเราจะไม่เจ็บแผล
เพราะฤทธิ์ยาชามันยังอยู่ จะฟื้นตัวเร็วด้วย แต่เราจะรู้ตัวตลอดเวลาตอนผ่าตัด
แต่ไม่เจ็บไม่รู้สึกที่แขนที่ผ่าตัด เหมือนๆกับแขนเราหายไปข้างหนึ่งเลย

แล้วคุณหมอก็แนะนำว่า บล๊อคแขนดีกว่า เพราะผมผ่าแขนแผลไม่ใหญ่มาก
และผ่าตัดเสร็จจะได้ไม่เจ็บแผลด้วยเพราะมันยังชาอยู่
แล้วหมอก็เริ่มขั้นตอนการฉีดยาชา โดยเข็นผมไปที่ห้องอีกห้องหนึ่งก่อน
เพื่อทำการฉีดยาชา เพื่อเป็นการบล๊อคแขนทั้งแขนให้ชา
การฉีดยาชา คุณหมอบอกว่าจะเหมือนการกดเส้นประสาททั้งแขน
ให้หมดความรู้สึก จนเราไม่สามารถบังคับแขนให้ขยับได้เลย
แล้วตอนฉีดยาชาจะรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช๊อต ที่ปลายนิ้ว
ถ้านิ้วไหนรู้สึกเหมือนถูกช๊อตก็ให้พูดบอก คุณหมอจะได้รู้
ห้ามขยับศรีษะ ห้ามขยับตัว เพราะคุณหมอบอกว่า
จะฉีดยาเข้าบริเวณแถวๆไหปลาร้า ถ้าขยับตัวหรือ ส่ายหน้า
เข็มอาจจะแทงโดนปอดได้ ให้พูดบอกตำแหน่ง ว่านิ้วไหน โดนช๊อตแล้ว

แล้วคุณหมอฉีดยาลงไปแถวๆไหปลาร้า หลายครั้ง
คุณหมอเริ่มถาม
"รู้สึกเหมือนโดนไฟช๊อตที่ปลายนิ้วไหนยัง"
ผมก็บอกว่ายังไม่รู้สึกเลย แล้วสักพักผมก็สะดุ้งกระตุก
มันจะเกิดความรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช๊อตที่ปลายนิ้ว เจ็บกระตุกแปล๊บๆ
ผมตกใจไม่คิดว่า มันจะช๊อตแบบนี้ คุณหมอบอกอย่าขยับ ให้พูดอย่างเดียว
แล้วหมอก็จะถามเราว่าช๊อตที่นิ้วไหนๆ จนครบทุกนิ้ว แล้วก็เริ่มแตะเริ่มจับ
ถามเราว่ายังรุ้สึกไหม? ถ้ายังรู้สึกก็ฉีดซ้ำอีก จนเราไม่รู้สึก
แล้วก็ไม่สามารถบังคับแขนให้ขยับได้เลย เหมือนกับเราไม่มีแขนข้างนั้นเลย
หมอมาถามอีกครั้งให้แน่ใจ เป็นการเช็คความแน่ใจครั้งสุดท้าย
"ไหนลองยกแขนขึ้นสิ"ผมรวบรวมแรงเกร็งแขนยกเต็มที่ มันยกไม่ขึ้นจริงๆ!!

แล้วผมก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดหมายเลข 6
เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นห้องผ่าตัดแบบชัดๆ ต่อหน้าต่อตา
เตียงผ่าตัดอยู่กลางห้อง ดวงไฟส่องที่อยู่ด้านบน ผ้าปูเตียงสีเขียวๆ
เจ้าหน้าที่และผู้ช่วยหมอ ชุดเขียว หลายคนในห้อง
ผมพูดประโยคสุดท้ายก่อนขึ้นเตียงผ่าตัด
"เคยเห็นแต่ในหนังวันนี้เจอจริงๆ"
ได้ยินเสียงของเจ้าหน้าที่สักคนบอกว่า
"เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตนะ"
แล้วเค้าผมช่วยกันอุ้มผมขึ้นเขียง เฮ้ย!! เตียง

จากนั้นก็มีสายวัดความดันมาคาดรัดที่แขน
สายวัดคลื่นหัวใจ มาติดที่หน้าอกแขนขา แบบในหนัง
ผู้ช่วยหมอฉีดยากันการติดเชื้อระหว่างผ่าตัด
พอยาวิ่งเข้าเส้น ผมถึงกับร้องด้วยความเจ็บแปล๊บ โอ๊ยเจ็บ
คุณผู้ช่วยหมออีกคนที่กำลังเช็ดทำความสะอาดแขน ข้างที่หักของผม
หันมาถามผมด้วยความตกใจ ว่าเจ็บแขนข้างไหน ข้างที่หักเหรอ?
ผมบอกว่าข้างที่หักไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เจ็บที่ฉีดยาเมื่อกี้มาก
ผู้ช่วยหมอบอกว่า นึกว่าเจ็บแขนที่หัก จะได้วางยาสลบให้เลย

แล้วสักพัก ก็มีผ้ามาปิดตาของผมเอาไว้
แล้วก็มีสายมาคาดมัดผมไว้กับเตียง มัดส่วนขาด้วย ผมหมดสิทธิ์ขยับแล้ว
จะทำอะไรก็เชิญ เพราะผมไม่สามารถขัดขืน ต่อต้านอะไรไม่ได้แล้ว

ผมได้ยินเสียงคุ้นๆ เป็นเสียงของคุณหมอคนเดิม
เป็นคุณหมอคนที่คุยกันเมื่อวาน แสดงว่าคุณหมอจะมาผ่าแขน ของผมแล้ว
ผมได้ยินเสียงเตรียมอุปกรณ์ ได้ยินเสียงหมอคุยกับผู้ช่วย
ผมได้ยินเสียงเพลงคลอเบาๆมากๆ ที่เปิดไว้ แต่ฟังไม่ออกว่าเพลงอะไร
ผมไม่รู้หรอกว่าหมอเริ่มการผ่าตัด ตอนไหน
ผมไม่รู้สึกที่แขนข้างที่ถูกบล๊อคเลย ว่าตอนนี้ถูกกระทำอะไรอยู่
ผมรับรู้ความสั่นสะเทือนบริเวณหัวไหล่ ข้างแขนที่ถูกผ่าตัด แต่มันไม่เจ็บ
ผมมาได้ยินเสียง เหมือนเลื่อย เหมือนสว่าน ดังใกล้ๆหู
ผมรู้แล้วว่าแขนผมโดนผ่าแล้ว และกำลังคงเอาเหล็กใส่แขนผม

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ แต่สำหรับผมความรู้สึกนานทีเดียว
ระหว่างการผ่าตัดความคิดหลายๆอย่างผ่านเข้ามาในหัวของผม
ความกลัวหลายๆอย่าง ทำให้ผมวิตกเหมือนกัน
แล้วผู้ช่วยหมอ มากระซิบข้างหูผมบอกว่า การผ่าตัดเสร็จแล้ว
เดี๋ยวออกไปพักผ่อน ทานอาหารทุกอย่างได้ตามปกติเลย

พอเปิดตา ผมเห็นหมอคนเดิม หมอบอกกับผมว่า การผ่าตัดโอเค
เดี๋ยวไปเอ๊กซเรย์ดูผลอีกรอบ ผมมองดูที่แขนข้างที่ผ่าตัด
มันถูกพันด้วยผ้าพันแผล แขนถูกกางวางอยู่ด้านข้าง
มันเหมือนไม่ใช่แขนของผม มันเหมือนแขนของคนอื่น
เพราะผมสั่งการให้มันขยับไม่ได้เลย หมอบอกว่าให้เอาแขนอีกข้างช่วยจับ
ช่วยประคองเอาไว้ก่อน เพราะมันยังบังคับอะไรไม่ได้
เดี๋ยวแขนมันจะตก จะห้อย เดี๋ยวอาจจะทำให้หัวไหล่หลุดได้
ผมเอามืออีกข้างลูบจับแขนข้างที่ผ่าตัด หลังจากที่ถูกคล้องคอไว้
มันไม่มีความรู้สึกจริงๆ มันเหมือนแขนอุ่นๆ ท่อนหนึ่งแต่มันเป็นของคนอื่น
เหมือนเวลาเราจับแขนคนอื่นยังไงยังงั้น

แล้วผมก็ถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด
น้องสาวของผมมายืนรอพอดี ผมผงกหัวขึ้นมามองหน้าน้องสาวของผม
น้องสาวของผม ก็แปลกใจว่าทำไมผมถึงฟื้นขึ้นมาเร็วจัง
ถึงห้องพักผมถึงเล่าให้ฟังว่า หมอไม่ได้วางยาสลบ แค่บล๊อกแขนที่ผ่าตัดเท่านั้น
ผมมองดูตัวเองตอนนี้มีสายระโยงระยางติดตัวเต็มไปหมด
แขนข้างซ้ายที่ผ่าตัดมีสายต่อออกมาจากแผลเป็นสายระบายเลือด
ข้างขวาที่ไม่หัก ก็ยังมีขวดน้ำเกลือต่อสายติดอยู่ 

เวลา 9 โมงกว่าๆ ข้าวต้ม กับ ยำผักกาดดอง เป็นอาหารมื้อแรก
มันมีความสุขมากหลังจากที่ไม่ได้กินอะไรมา 1 วัน กับอีก 6 ชั่วโมง
หลังจากนั้นผมก็ ไปเอ๊กซเรย์อีกครั้งหลังผ่าตัด
ตอนบ่ายๆ หมอบอกว่า ผลจากเอ๊กซเรย์การผ่าตัดโอเค
อาจจะไม่ต้องเอาเหล็กออกก็ได้ หรือไม่ถ้ามีผลข้างเคียงอย่างอื่น
ค่อยมาดูอาการอีกครั้งหนึ่ง หมอบอกให้พยายามกำมือแบบมือบ่อยๆ
เข้าเฝือกประมาณ อีก 1เดือน กระดูกน่าจะเชื่อมติดกัน
แล้วอีก 2-3 เดือน ก็จะหายดีเป็นปกติ

"ผมยังขยับมือไม่ได้เลย" ผมบอกหมอ หมอบอกว่ายาชาของเราแรงมาก
ออกฤทธิ์ชานาน เป็นวันครึ่งวันเลยบางครั้ง แต่มันโชคดีที่ทำให้ผมไม่ปวดแผล
ที่ผ่าตัดเท่าไหร่เลย กว่านิ้วมือผมจะขยับได้ กว่าแขนจะมีความรู้สึก
ก็เกือบ 3 ทุ่ม ยาชาหมอแรงมากๆจริงๆ

ผมนอนพักฟื้นที่ รพ. ได้ 2 คืน หมอก็ถามผมว่า"อยากกลับเร็วซิครับ"
"อยากกลับบ้านเร็ว หรือกลับบ้านช้าๆ"
เอ้าผมก็บอกว่า
"งั้นพรุ่งนี้กลับบ้านได้เลย" หมอตอบแบบอมยิ้มต่อ
"เอ๊ะ หรือว่าอยากจะอยู่ต่อ"

จากวันนั้นที่ประสบอุบัติเหตุถึงวันนี้ก็ 25 วันแล้วครับ
แขน มือ ข้างที่หัก สามารถขยับนิ้วได้คล่องขึ้น
แต่ยังรู้สึกปวดเวลาที่กำมือแบบแน่นๆ และก็ยังไม่สามารถถือของอะไรที่มีน้ำหนักได้
ทุกวันนี้ก็พยายามทำกายภาพมือ บริหารนิ้วด้วยการ กดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด
อัพไดอะรี่ เล่นFB เล่นทวิตเตอร์ เล่นเกมPSP ทำกายภาพอย่างที่หมอแนะนำ :)

 

ปล. อยากเขียนเล่าประสบการณ์เรื่องนี้ตั้งแต่ออกมาจากรพ.
แต่ติดอยู่ที่ว่าตอนนั้น แขนมือ ข้างที่เจ็บมันยังช่วยพิมพ์ไม่ได้มาก
ถึงวันนี้ สองมือพอที่จะช่วยกัน กระแทกแป้นพิมพ์ ได้แล้ว
ก็เลย เอาประสบการณ์มาเล่าให้อ่านกันครับ

     Share

<< ประสบการณ์ ในห้องผ่าตัด(1)สุขเมื่อเราได้ออกไปหาอะไรที่แตกต่างจากที่เดิมๆ >>

Posted on Fri 8 Apr 2011 0:04
ขอบคุณความปรารถนาดีของทุกคนนะครับ
พ่อครัวตัวกลม   
Fri 8 Apr 2011 22:48 [3]

กลับมาเป็นเหมือนเดิมไวๆนะคะ เอาใจช่วย ตอนนี้พ่อครัวตัวกลมก็ผัดกับข้าวไม่ได้เลยสิคะ ขอให้หายไวๆน้า
แฟนได   
Fri 8 Apr 2011 9:14 [2]

ขอให้หายไวๆนะค่ะ แอบอ่านประจำถึงว่าไม่ได้เขียนมามาพักใหญ่ หมั่นออกกำลังกายด้วยการมาเขียนไดอารี่บ่อยๆนะค่ะ
แฟนแอบอ่าน   
Fri 8 Apr 2011 3:41 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh